เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นำคณะผู้บริหารและหน่วยงานภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่อำเภอเวียงแก่น เพื่อติดตามและสนับสนุนการขับเคลื่อน “ส้มโอเวียงแก่น” หลังได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ลำดับที่ 9 ของจังหวัดเชียงราย มุ่งยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่ม และผลักดันเศรษฐกิจฐานรากสู่ตลาดสากล โดยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่กว่า 400 ล้านบาทต่อปี พร้อมส่งผลให้จังหวัดเชียงรายก้าวขึ้นเป็นจังหวัดที่มีสินค้า GI มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย นายสุพจน์ ลังกาวีระนันท์ นายอำเภอเวียงแก่น และคณะ ได้เยี่ยมชมสวนส้มโอ “เดอะริเวอร์คราฟ” (The River Craft) ตำบลม่วงยาย อำเภอเวียงแก่น ซึ่งเป็นสวนส้มโอคุณภาพบนพื้นที่กว่า 40 ไร่ มีการผลิตตามมาตรฐานและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ทั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนและทวีปยุโรป ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้ายของการรับรองตราสัญลักษณ์ GI เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและยกระดับมูลค่าสินค้าในตลาดระดับพรีเมียม ก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงคัดบรรจุส้มโอ (ล้ง) เพื่อศึกษากระบวนการรวบรวม คัดแยก และกระจายผลผลิตสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับ “ส้มโอเวียงแก่น” ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลม่วงยาย ตำบลหล่ายงาว ตำบลปอ และตำบลท่าข้าม ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะและดินตะกอนริมแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้ส้มโอมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รสชาติหวานอมเปรี้ยว เนื้อแน่น ฉ่ำน้ำ โดยสายพันธุ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI มี 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ขาวใหญ่ พันธุ์ทองดี และพันธุ์เซลเลอร์ ปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ปลูกจำนวน 1,383 ครัวเรือน ผลิตผลรวมกว่า 25,130 ตันต่อปี

จังหวัดเชียงรายร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เตรียมเดินหน้าพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพและระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค พร้อมขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและชุมชนอย่างยั่งยืน ปัจจุบันจังหวัดเชียงรายมีสินค้า GI รวม 9 รายการ และอยู่ระหว่างผลักดัน “กาแฟปางขอน” ให้เป็นสินค้า GI ลำดับที่ 10 เพื่อเสริมศักยภาพเศรษฐกิจจังหวัดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นในอนาคต.
