11 กุมภาพันธ์, 2026
3256990_0

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ณ ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ร่วมกับเครือข่ายสิทธิชุมชนเชียงราย ซึ่งเป็นตัวแทนชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่ ได้จัดเวทีระดมความเห็นเพื่อจัดทำข้อเสนอเตรียมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย ที่กรมทรัพยากรน้ำจะจัดขึ้นในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

ชาวบ้านในตำบลแม่ยาวซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาสารพิษปนเปื้อนแม่น้ำกกมายาวนาน เปิดเผยถึงความเดือดร้อนทั้งด้านวิถีชีวิต การเกษตร การท่องเที่ยว และการทำประมง จนไม่สามารถพึ่งพาแม่น้ำกกได้อีกต่อไป พร้อมระบุว่าปัญหานี้ยืดเยื้อผ่านรัฐบาลมาแล้วสองชุด แต่ยังไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

ในเวทีมีประชาชนกว่า 60 คนร่วมสะท้อนผลกระทบและจัดทำข้อเสนอ โดยข้อเรียกร้องหลักคือให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาสารพิษอย่างจริงจัง และคัดค้านการสร้าง “ฝายดักตะกอน” ซึ่งมองว่าเป็นมาตรการที่ไม่ตรงจุด และไม่สามารถแก้ไขสารพิษต้นเหตุได้

นายวุฒิพงษ์ สงวนโชติ นายกสมาคมลาหู่ ตัวแทนชาวบ้านลุ่มน้ำกก กล่าวย้ำจุดยืนว่า “ฝายดักตะกอนไม่มีความหวังจะแก้ปัญหาได้ แม่น้ำกกมีน้ำจำนวนมาก ฝายดักได้แค่ตะกอน แต่ไม่สามารถดักสารพิษได้… เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลไทยแสดงความจริงใจด้วยการเจรจากับรัฐบาลเมียนมาร์ และใช้เวทีระดับภูมิภาคแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ

ชาวบ้านยังตั้งข้อสังเกตต่อโครงการสร้างฝายดักตะกอนของกรมทรัพยากรน้ำจำนวน 4 แห่ง ในพื้นที่ตำบลท่าตอนและตำบลแม่นาวาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ว่างบประมาณ 173 ล้านบาทอาจไม่ตอบโจทย์ พร้อมวิจารณ์ว่าหน่วยงานรัฐไม่เคยเปิดเผยข้อมูลโครงการต่อประชาชน และดำเนินการโดยไม่แก้ปัญหาหลักคือ “สารพิษปนเปื้อน”

ด้านนายนพรัตน์ ตัวแทนชมรมเรือท่องเที่ยวเชียงราย ยืนยันร่วมคัดค้าน และสะท้อนผลกระทบว่าจำนวนเรือท่องเที่ยวที่เคยขึ้นทะเบียนกว่า 300 ลำ เหลือเพียงไม่ถึง 60 ลำในปี 2567 พร้อมตั้งคำถามว่ารัฐบาลเห็นคุณค่าประชาชนหรือไม่

ผลจากเวทีครั้งนี้คือการรวบรวมข้อมูล ผลกระทบ และสรุปเป็น “ข้อเสนอจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจริง” เพื่อนำเสนอต่อกรมทรัพยากรน้ำในเวทีรับฟังความคิดเห็น แม้ว่าการประชุมจะปรับหัวข้อเป็นเรื่องคุณภาพน้ำ แต่ชาวบ้านจากทั้งเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “ไม่เอาฝายดักตะกอน” และเตรียมรวมพลังส่งเสียงเรียกร้องการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังต่อรัฐบาล

แชร์ข่าว