5 ธันวาคม, 2025
NewP1820324

ทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ ยึดไอซ์-คีตามีน กว่า 1 ตัน รวบผู้ต้องหา 6 ราย เตรียมเพิ่มรถเอกซเรย์ตรวจเข้มชายแดน

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และใกล้เคียง ยึดยาเสพติดรวมกว่า 1 ตัน พร้อมผู้ต้องหา 6 ราย

คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.40 น. วันที่ 13 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดเชียงราย ตรวจค้นรถยนต์ Mitsubishi XPANDER สีขาว บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงราย พบไอซ์ซุกซ่อนอยู่ภายในจำนวน 578 กิโลกรัม พร้อมกันนั้นพบรถยนต์กระบะ ISUZU D-MAX สีขาวอีกคันขับหลบหนีการตรวจค้น กระทั่งวันที่ 14 พฤษภาคม เวลาประมาณ 16.00 น. พบรถคันดังกล่าวเสียหลักตกลงร่องน้ำในพื้นที่ ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย ตรวจสอบภายในพบเอกสารและโทรศัพท์มือถือหลายรายการ จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่สองเกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 17 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ติดตามกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติดจากอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย โดยใช้รถยนต์ 4 คัน ลำเลียงคีตามีนจำนวน 529 กิโลกรัม พยายามหลบเลี่ยงด่านตรวจในพื้นที่อำเภอพาน ก่อนถูกสกัดจับได้ 2 คัน พร้อมผู้ต้องหา 2 ราย อีก 1 คันเสียหลักตกถนน ส่วนคนขับหลบหนี

ต่อมาในช่วงเช้ามืดวันที่ 18 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมรถนำทางอีก 2 คัน พร้อมผู้ต้องหา 3 ราย ในพื้นที่ตำบลแม่ต๋ำ อำเภอเมืองพะเยา และในเวลา 18.30 น. ของวันเดียวกัน จับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 1 ราย ซึ่งหลบซ่อนอยู่ในกระท่อมสวนลำไย พื้นที่บ้านห้วยตุ้ม อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

ผู้ต้องหาทั้งหมดจำนวน 6 ราย ประกอบด้วย นายนเรศ อายุ 51 ปี, นายมโนทัย อายุ 42 ปี, นายราวุธ อายุ 26 ปี, นายฤทัย อายุ 40 ปี ทั้งหมดเป็นชาวอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย, นางสาววราลักษมี อายุ 55 ปี ชาวอำเภอเมืองเลย และนายธีรวิทย์ อายุ 43 ปี ชาวเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่าได้รับการว่าจ้างจากนายหน้าชาวเมียนมาให้ลำเลียงยาเสพติดจากอำเภอเชียงแสนไปยังตอนในของประเทศ โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 1 ล้านบาท และเคยทำมาแล้ว 3 ครั้ง

พล.ต.ท.กฤตธาพล กล่าวว่า การสกัดกั้นยาเสพติดครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือของหน่วยงานในพื้นที่ภายใต้โครงการ “นบ.ยส.35” ซึ่งสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้มากขึ้นกว่า 50 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน ขบวนการค้ายาเสพติดมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงไปยังภาคตะวันออกและตะวันตก แต่คาดว่าอาจกลับมาใช้เส้นทางภาคเหนืออีกครั้งในไม่ช้า

ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการตรวจค้นและป้องกันยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ จะมีการเพิ่มรถเอกซเรย์อีก 2 คัน จากเดิมที่ประจำการอยู่ในจังหวัดแพร่และลำปาง มาประจำการเพิ่มเติมในจังหวัดเชียงราย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดกั้นอย่างเข้มข้นในพื้นที่แนวชายแดน

แชร์ข่าว